“เพศวิถีศึกษา” ไม่ใช่สอนเพื่อสอบ

1045

ครูโรงเรียนมัธยม จ.ลพบุรี เปลี่ยนมุมมองการสอนเพศวิถีศึกษาในห้องเรียน จากสอนเพื่อให้สอบผ่านเป็นสอนให้ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เพราะเด็กไม่เก่งเรื่องการนำไปใช้ แต่เก่งเรื่องเอาความรู้ไปสอบ

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต ๕ จ.ลพบุรี และมูลนิธิแพธทูเฮลท์ร่วมกันจัดอบรมการเป็นผู้จัดการเรียนรู้เรื่องเพศวิถีศึกษา รุ่นที่ ๒ ของ จ.ลพบุรี ระหว่างวันที่ ๒๙ เม.ย. – ๒ พ.ค. ณ ห้องประชุมพุทธนวมินทร์ โรงเรียนพระนารายณ์ จ.ลพบุรี การอบรมครั้งนี้เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาสมรรถนะสถานศึกษาในการจัดการเรียนรู้เพศวิถีศึกษา ๓๔ จังหวัด มีเป้าหมายเพื่อให้ครูเป็นผู้จัดกระบวนการเรียนรู้เรื่องเพศวิถีศึกษา โดยเป็นผู้สนับสนุนให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ มีโอกาสคิดและตั้งคำถามในห้องเรียน ตลอดจนสนับสนุนให้นักเรียนได้เรียนรู้เรื่องเพศวิถีศึกษาอย่างรอบด้านจนนำไปสู่พฤติกรรมที่เหมาะสมและปลอดภัย

ทั้งนี้ มีผู้เข้าอบรมจำนวนทั้งสิ้น ๓๖ คน โดยเป็นครูจากโรงเรียนใน จ.ลพบุรี ๓๔ คน ได้แก่ โรงเรียนโคกสำโรงวิทยา โรงเรียนโคกเจริญวิทยา โรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม โรงเรียนหนองม่วงวิทยา โรงเรียนพระนารายณ์ โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย และโรงเรียนท่าวุ้งวิทยาคาร เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดลพบุรี (สสจ.) ๑ คน และเจ้าหน้าที่จากองค์กรพิงค์มังกี้เพื่อความหลากหลายทางเพศ จ.ลพบุรี ๑ คน

นางระหง มาเจริญ ครูผู้สอนวิชาแนะแนว โรงเรียนโคกสำโรงวิทยา หนึ่งในผู้เข้าอบรม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มองว่าการสอนเรื่องเพศวิถีศึกษาเป็นการสอนเพื่อให้นักเรียนนำความรู้ไปสอบ แต่หลังจากอบรมก็เปลี่ยนความเข้าใจใหม่ว่า การสอนเพศวิถีศึกษาก็เพื่อให้เด็กเกิดความรู้เพื่อนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง เช่น การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย การมีทักษะการต่อรอง การตัดสินใจ เป็นต้น ซึ่งเมื่อครูสอนนักเรียนมากกว่าการนำไปสอบนั้น ครูก็จะสามารถเป็นที่พึ่งหรือที่ปรึกษาให้กับนักเรียนได้

“ถ้าครูสามารถพาเด็กทำได้ครบทุกกระบวนแผนการเรียนรู้จริงๆ คิดว่าเด็กน่าจะแข็งแรงขึ้น เพราะในสังคมทุกวันนี้ เด็กไม่เก่งเรื่องการนำไปใช้ แต่เก่งเรื่องเอาความรู้ไปสอบ” นางระหงกล่าว

นางระหงกล่าวต่อว่า ได้คุยกับเพื่อนครูกลุ่มเดียวกันในวันแรกของการอบรม ครูบางคนยังรับไม่ได้ที่เด็กนักเรียนจะมีเพศสัมพันธ์กันในวัยเรียน หรือการสอนวิชาเพศวิถีศึกษาก็เห็นว่าเป็นการชี้นำนักเรียนเกินไป แต่เมื่อวันสุดท้ายของการอบรมได้พูดคุยกันอีกครั้งก็พบว่า ครูได้เปลี่ยนทัศนคติไป โดยมองว่าเพศสัมพันธ์เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของการสอนเพศวิถีศึกษาเท่านั้น และการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนก็เป็นเรื่องที่ห้ามปรามได้ยาก ดังนั้นสิ่งที่ครูควรเตรียมนักเรียนคือเรื่องความปลอดภัยและการจัดการความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งต้องถือว่าการอบรมครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างดี เพราะสามารถทำให้ครูเปิดใจและปรับทัศนคติเรื่องเพศได้

นางประไพ อ่อนสลุง ครูผู้สอนวิชาภาษาไทยและวิชาแนะแนว โรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม กล่าวว่า ก่อนอบรมมองเพศศึกษาเป็นเรื่องที่ทุกคนน่าจะรู้ดีอยู่แล้ว ทำให้ไม่ได้ใส่ใจมากนัก และคิดว่าไม่ใช่เรื่องที่ครูภาษาไทยหรือครูแนะแนวจำเป็นต้องรู้ แต่หลังจากเข้าอบรมก็พบว่าเพศศึกษาสำคัญมาก เพราะเกี่ยวข้องกับมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนตาย และเรื่องเพศไม่ได้เป็นแค่เรื่องของนักเรียนหรืออาจารย์บางคน แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนจะต้องร่วมมือกันให้เกิดความรู้ความเข้าใจเรื่องเพศอย่างถูกต้องและปลอดภัย

นางประไพ กล่าวอีกว่า ประทับใจกิจกรรมที่ใช้ในการอบรม เพราะกิจกรรมไม่ได้ให้เพียงความเข้าใจเรื่องเพศวิถีศึกษาเท่านั้น แต่ยังให้เทคนิคที่สามารถนำไปใช้กับนักเรียนให้มีส่วนร่วมในการเรียนได้ โดยจะช่วยให้นักเรียนได้ฝึกคิด ฝึกตั้งคำถาม และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในห้องเรียน

ร่วมแสดงความคิดเห็น