ปิ๊ง-ไม่-ป่อง ‘ฝังยาคุมกำเนิด ‘ฟรี

616

สถิติการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นไทยเป็นที่น่ากังวล หลายภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชนจึงออกมาทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อลดอัตราการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ครั้งนี้ก็เช่นกัน กรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิแพธทูเฮลท์ เปิดตัวโครงการป้องกันและแก้ไขการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นพื้นที่กรุงเทพมหานคร (Bangkok for teen : B4T) ณ โรงพยาบาลตากสิน

ปิ๊ง-ไม่-ป่อง \’ฝังยาคุมกำเนิด \’ฟรี thaihealth

แฟ้มภาพ

นางผุสดี ตามไท รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ปัญหาการท้องก่อนวัยเป็นปัญหาที่มีมายาวนาน ไม่สามารถแก้ไขให้หมดไป แต่ กทม.ต้องการเป็นมหานครแห่งการเรียนรู้ ความปลอดภัย และความสุข จึงต้องช่วยผลักดันแก้ปัญหาตั้งแต่การให้คำปรึกษา การจัดโครงการหรือกิจกรรมป้องกันต่างๆ โดยให้เด็กรู้จักคุณค่าของตนเอง มีมุมมองว่าการมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องใหญ่ในชีวิต ตลอดจนให้เกิดการป้องกันในขั้นแรก ทั้งนี้ ขอสนับสนุนนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อสามารถมีเวลาทำกิจกรรมเสริมภูมิคุ้มกันต่อพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเพศสัมพันธ์ การพนัน หรือสารเสพติด

“เยาวชนคือรากฐานของสังคม ในวัยนี้หากเราทุ่มเทสรรพกำลัง ทุ่มงบประมาณในการสร้างรากฐานให้เขามีความแข็งแกร่ง เขาก็จะเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ” นาง ผุสดีกล่าว

ทันตแพทย์ศิริเกียรติ เหลียงกอบกิจ ผู้อำนวยการสำนัก 2 สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ สสส. กล่าวว่า การท้องในวัยรุ่นเป็นปัญหาที่คุกคามคุณภาพประชากรและการพัฒนาประเทศระยะยาว ซึ่งจากสถิติวัยรุ่นที่คลอดบุตรทั่วประเทศในปีล่าสุด พบประมาณ 130,000 คน หรือคิดเป็น 1 ใน 6 ของเด็กที่คลอดในปีที่ผ่านมา ขณะที่ตลอด 10 ปีมีเด็กวัยรุ่นคลอดบุตรล้านกว่าคน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต การศึกษา และการพัฒนาคุณภาพประชากร อย่างไรก็ตาม สสส.มีบริการสายด่วนปรึกษาเอดส์และท้องไม่พร้อม โทร 1663 เพื่อเป็นช่องทางให้คำปรึกษาแก่วัยรุ่น

ขณะที่ นพ.สุขสันต์ กิตติศุภกร ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลตากสินและตัวแทนสำนักการแพทย์ หนึ่งในภาคีที่เข้าร่วมแก้ไขปัญหากับ กทม. กล่าวถึงสาเหตุการตั้งครรภ์วัยรุ่นว่า ส่วนใหญ่เกิดจากวัยรุ่นขาดความรู้เรื่องอนามัยเจริญพันธุ์ ขาดความรู้เรื่องการป้องกันการตั้งครรภ์ และเมื่อมีการตั้งครรภ์วัยรุ่นแล้ว ยังขาดความรู้ในการดูแลตนเอง ทั้งนี้ การตั้งครรภ์วัยรุ่นยังก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตั้งแต่การคลอดก่อนกำหนด โรคแทรกซ้อน ภาวะซีด หรือทุพโภชนาการต่างๆ ตลอดจนเป็นปัญหาสังคมตามมา

ส่วนปัญหานี้จะแก้ได้ตรงจุดอย่างไร ตัวแทนสภาเด็กและเยาวชนแนะนำว่าหน่วยงานรัฐและเอกชนต้องทำงานเชื่อมโยงและบูรณาการกันอย่างเป็นรูปธรรม 3 ด้าน คือ 1.ให้เยาวชนทั้ง 50 เขตขับเคลื่อนโดยมีแกนนำ 2.จัดตั้งแกนนำในโรงเรียนเพื่อดำเนินการขับเคลื่อนภายในโรงเรียน รวมถึงขอให้โรงเรียนในสังกัด กทม.สอนเรื่องทักษะการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะเรื่องเพศศึกษาให้ครบถ้วนและชัดเจน โดยให้มีช่องทางติดต่อสื่อสารกับผู้เชี่ยวชาญโดยตรง และ 3.ให้สถานบริการสุขภาพในสังกัด กทม.ดำเนินงานเชิงรุกในโรงเรียนและชุมชน เพื่อรณรงค์และป้องกันแก่เด็กอย่างจริงจังปิ๊ง-ไม่-ป่อง \’ฝังยาคุมกำเนิด \’ฟรี thaihealth

ภายในงานยังมีการนำเสนอข้อมูลปี 2557 จากสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ที่พบการตั้งครรภ์วัยรุ่นอายุ 10-14 ปี มีจำนวน 3,213 คน ทั้งที่ช่วงอายุดังกล่าวน้อยเกินกว่าจะตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยทั้งตัวแม่และลูก ส่วนการตั้งครรภ์วัยรุ่นอายุ 10-19 ปี มี 115,491 คน แยกเป็นคลอดซ้ำ 14,339 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 12.4

ภาพรวมการตั้งครรภ์วัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปีในประเทศไทยสูงกว่าหลายประเทศ ถึงเวลาแล้วที่ต้องช่วยกันแก้ปัญหาจริงจัง

การแก้ปัญหาตั้งครรภ์วัยรุ่นให้สำเร็จ หลักใหญ่คือการให้วัยรุ่นได้เข้าถึงการคุมกำเนิดอย่างมีคุณภาพและทั่วถึง ยิ่งหากมีบริการฟรีจากรัฐกับนวัตกรรมคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพ ปัญหานี้น่าจะลดลงได้ไม่มากก็น้อย โดย กทม.เปิดให้บริการฝังยาคุมกำเนิดฟรีสำหรับวัยรุ่น เป็นลักษณะฝังยาคุมกำเนิดกึ่งถาวร ด้วยการฝังหลอดบรรจุฮอร์โมนเข้าไปใต้ผิวหนัง มีประสิทธิภาพออกฤทธิ์ป้องกันการตั้งครรภ์ได้ถึง 3 ปี ไม่มีผลกระทบและดูจะสะดวกสบายทั้งทางกายใจสำหรับผู้หญิง มากกว่าการคุมกำเนิดแบบอื่น เพราะไม่มีเรื่องการตรวจภายในเข้ามาเกี่ยวข้อง และยังไม่มีผลรบกวนต่อการมีเพศสัมพันธ์ สามารถใช้ในสตรีระยะให้นมบุตรได้โดยไม่มีผลรบกวนปริมาณและคุณภาพของน้ำนม อีกทั้งเมื่อหยุดใช้ยานี้แล้วจะสามารถมีบุตรได้ตามปกติ

โดยนางผ่องศรี สวยสม พยาบาลวิชาชีพ แผนกฝากครรภ์ โรงพยาบาลตากสิน กล่าวอธิบายว่า การฝังยาคุมกำเนิดวิธีนี้สะดวกกว่าวิธีอื่น เพราะมีประสิทธิภาพสูง โดยไม่ข้องเกี่ยวกับร่างกายภายในอย่างการใส่ห่วงยางอนามัย แต่สำหรับวัยรุ่นที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องได้รับการยินยอมจากผู้ปกครอง

ทั้งนี้ สามารถเข้ารับบริการได้ทุกโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ กทม. และสำหรับโรงพยาบาลตากสินขอรับบริการได้ทุกวันพุธ ที่แผนกสูตินารีแพทย์ เวลา 12.30-14.30 น.

มากันไว้ดีกว่าแก้กันดีไหม…

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน

ร่วมแสดงความคิดเห็น