ศิริราชจับมือองค์กรภาครัฐ-เอกชนเปิดตัวโครงการ Lovecare YM2M Young Men’s Health Station

1296
   วันนี้ ( 16 มี.ค. 61)  เวลา 13.00 น.  ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์  วัฒนาภา  คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล  ร่วมกับ นพ.สมาน ฟูตระกูล   ผู้อำนวยการสำนักโรคเอดส์ วัณโรค โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.วงวัฒน์ ลิ่วลักษณ์ รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร  คุณพรนุช  สถาผลสวัสดิ์  ผู้จัดการโครงการเลิฟแคร์  มูลนิธิแพธทูเฮลท์  พญ.รังสิมา โล่ห์เลขา  ผู้แทนศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ ด้านสาธารณสุข Mr.Thomas Davin, UNICEF country Representative และศิลปิน  คุณใหม่ ดาวิกา  โฮร์เน่ Friend of UNICEF  เปิดตัวโครงการ Lovecare YM2M Young Men’s Health Station สถานีสุขภาพวัยรุ่นชาย (ตามเพศสภาพ) ณ ห้องสิรินธร อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น G รพ.ศิริราช
        โครงการ Lovecare YM2M Young Men’s Health Station สถานีสุขภาพวัยรุ่นชาย (ตามเพศสภาพ) ตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมบริการที่เป็นมิตร สำหรับวัยรุ่นชาย โดยเฉพาะในกลุ่มชายรักชายและสาวประเภทสอง เพื่อให้เข้าถึงการตรวจรักษาเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่มีความเป็นส่วนตัว เข้าถึงได้ง่ายและเน้นการรักษาความลับในคลินิกเครือข่าย YM2M ผ่านบริการให้การปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญทางห้องแชทออนไลน์ และเป็นช่องทางให้ความรู้ด้านเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สำหรับวัยรุ่น
        ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์  วัฒนาภา  คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล  กล่าวว่า  “ในช่วง 5 ปี ที่ ผ่านมา อัตราการติดเชื้อเอชไอวีและซิฟิลิสรายใหม่ในกลุ่มเยาวชนอายุต่ำกว่า 25 ปี มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในฐานะที่เป็นองค์กรที่มีความชำนาญด้านวิชาการและ         มีผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา  ทั้งกุมารแพทย์ อายุรแพทย์ แพทย์วัยรุ่น และจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น  เล็งเห็นถึงปัญหาที่สำคัญในกลุ่มเยาวชนไทย  ซึ่งเป็นอนาคตสำคัญของชาติที่สามารถป้องกันและแก้ไขได้  หากมีการร่วมกันทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง   สร้างรูปแบบการเข้าถึงบริการที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่น โดยในปี พ.ศ. 2560 ได้มีการจัดทำโครงการส่งเสริมการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี และเสริมสร้างความครอบคลุมของการดูแลรักษาในวัยรุ่นชาย ที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและสาวประเภทสอง  ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และภาคีเครือข่าย  สร้างช่องทางการให้ความรู้ ความเข้าใจ  ให้การปรึกษาออนไลน์  บริการในคลินิก และหารูปแบบการให้บริการเชิงรุก เพื่อให้ความรู้ที่ถูกต้องกับเยาวชนให้เข้าถึงการดูแลสุขภาวะของตน รวมทั้งส่งเสริมให้เยาวชนที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เห็นประโยชน์และสามารถเข้าถึงบริการที่เป็นมิตร และตระหนักว่าการตรวจเลือดเพื่อหาการติดเชื้อเอชไอวีและซิฟิลิส เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการดูแลสุขภาพ ทั้งนี้เรามีความยินดีและพร้อมให้บริการที่เป็นมิตรแก่เยาวชน
        นอกจากที่ศิริราชมีบริการแล้ว เรายังทำงานร่วมกับคลินิกบางกอกเฮลท์ฮับ คลินิกรักษ์เพื่อน ศูนย์บริการ   สาธารสุขต่าง ๆ ในกรุงเทพมหาครและคลินิกชุมชนสีลม โดยจัดรูปแบบบริการให้มีความเป็นมิตรในทุกหน่วยงาน  ในภาคีเครือข่าย ทุกคนที่เข้ารับบริการรวมทั้งวัยรุ่นวัยใสที่ใส่ใจดูแลสุขภาวะของตนเอง เรามีระบบการดูแรักษาเป็นมาตรฐานสำหรับผู้ที่พบการติดเชื้อ มีการส่งต่ออย่างเป็นระบบตามความต้องการของผู้รับบริการ ส่วนเยาวชนที่ไม่ติดเชื้อ แต่มีโอกาสเสี่ยง เรามีการบริการยาเพร็พ ซึ่งเป็นยาป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีก่อนการสัมผัส โดยเสริมคู่กับการใช้ถุงยางอนามัย ด้วยบริการที่เป็นมิตรและได้ผลเร็ว  นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ยินดีที่มีส่วนร่วมในการทำงานกับภาคีเครือข่าย Lovecare YM2M  ในการป้องกันเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในรุ่นกลุ่มเสี่ยงในประเทศไทย”
        นพ.สมาน ฟูตระกูล  ผู้อำนวยการสำนักโรคเอดส์ วัณโรค โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์  กล่าวถึงสถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวีในประเทศไทย และการสนับสนุนโครงการนี้ว่า  “กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการป้องกันแก้ไขปัญหาเอดส์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายพันธกรณีแห่งสหประชาชาติ 3 ประการ คือ ไม่มีผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่  ไม่มีการเสียชีวิตเนื่องจากเอดส์ ไม่มีการตีตราและเลือกปฏิบัติ จากข้อมูลการคาดประมาณสถานการณ์โรคเอดส์ในปี พ.ศ. 2561 คาดว่าผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ในประเทศไทยประมาณร้อยละ 50 เป็นกลุ่มชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย โดยร้อยละ 55 เป็นผู้มีอายุต่ำกว่า 25 ปี อุบัติการณ์การติดเชื้อรายใหม่ในวัยรุ่นชายรักชายในกรุงเทพมหานครมีรายงานสูงถึง 10 ต่อ 100 คนต่อปี ซึ่งสูงกว่าประชากรกลุ่มอื่น ๆ นอกจากนี้ยังพบอัตราความชุกของซิฟิลิสสูงที่สุดในกรุงเทพมหานคร แม้ว่าจะมีรูปแบบการให้บริการในกลุ่มประชากรเป้าหมายนี้อยู่บ้างในประเทศไทย แต่บริการที่มุ่งเน้นเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นยังมีน้อยมาก แม้ว่าแพทยสภาได้อนุมัติให้เยาวชนที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปี สามารถรับการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีได้โดยไม่ต้องขอคำยินยอมจากผู้ปกครอง แต่การเข้าถึงการตรวจเลือดในวัยรุ่นที่มีความเสี่ยงยังมีความครอบคลุมต่ำ  เนื่องจากไม่ทราบความสำคัญของการตรวจเลือด ไม่ทราบข้อมูลว่าจะเข้าถึงบริการที่เป็นมิตรได้อย่างไรและมีบริการอะไรให้บ้าง สำนักโรคเอดส์ฯ ได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายในวันนี้  โดยเป็นที่ปรึกษาให้กับทีมงานและประสานความร่วมมือในการร่วมกันจัดทำกลยุทธ์เพื่อหารูปแบบการเข้าถึงประชากรกลุ่มเสี่ยงทั้งทางออนไลน์และบริการเชิงรุก เพื่อให้ความรู้กับเยาวชนกลุ่มเสี่ยง ส่งเสริมการตรวจเลือดให้กับวัยรุ่นที่มีความเสี่ยง โดยทำงานร่วมกับคลินิกเครือข่ายได้แก่ สำนักอนามัยและสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล  และบางกอกเฮลท์ฮับ  ในการส่งเสริมการเข้าถึงบริการที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นฯ
        กลุ่มเสี่ยง  และร่วมกันจัดทำระบบส่งต่อสำหรับผู้ที่มีการติดเชื้ออย่างเป็นระบบ สำหรับวัยรุ่นที่ไม่ติดเชื้อแต่มีโอกาสเสี่ยงและเข้าเกณฑ์ จะมีการสนับสนุนการให้บริการเพร็พ เพื่อปัองกันเอชไอวีก่อนการสัมผัส โดยเสริมคู่กับการใช้ถุงยางอนามัยการให้การปรึกษา การให้ข้อมูลที่ถูกต้องด้วย สำหรับวัยรุ่นที่มีการติดเชื้อเอชไอวีก็จะช่วยประเมินดูแลและส่งต่อเข้าสู่การรักษาโดยเร็ว ซึ่งปีแรกเราจะเน้นการให้บริการในกรุงเทพมหานคร และหากได้รับการตอบรับที่ดีจะขยายไปจังหวัดอื่น ๆ ที่มีความต้องการต่อไป”
  นพ.วงวัฒน์ ลิ่วลักษณ์ รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร กล่าวถึง ความพร้อมของกรุงเทพมหานครในการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทั้งในด้านการตรวจเลือด การป้องกัน การให้ยาเพร็พและการรักษาว่า “กรุงเทพมหานครได้ให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาเอดส์มาโดยตลอด โดยตระหนักดีว่ากรุงเทพฯ เป็นพื้นที่สำคัญและหัวใจหลักในการแก้ปัญหาเอดส์ของประเทศไทย เนื่องจากมีประชากรมากกว่า 10 ล้านคน มีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 1 ใน 3 ของประเทศ จึงต้องมีแผนการดำเนินการอย่างเป็นระบบและชัดเจน โดยได้มีการจัดทำการเร่งรัดจัดการและยุติปัญหาเอดส์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (Fast track City) เพื่อมุ่งเน้นเร่งรัดดำเนินการแก้ไข โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยใช้  “แผน 90–90–90”  เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย คือ ผู้ติดเชื้อได้รับการวินิจฉัยอย่างน้อย 90% ผู้ติดเชื้อเข้าถึงยาต้านไวรัสอย่างน้อย 90% ผู้ติดเชื้อที่รับยาต้านไวรัสสามารถคุมไวรัสได้สำเร็จไม่ต่ำกว่า 90% ซึ่งโดยภาพรวมพบว่า ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ประชากรวัยรุ่นซึ่งมีอัตราการติดเชื้อเอชไอวีสูงขึ้น ยังเข้าถึงบริการด้านการป้องกันและดูแลรักษาน้อย ทางกรุงเทพมหานครได้ร่วมกันระหว่างสำนักอนามัยและสำนักการแพทย์ในการสร้างช่องทางการเข้าถึงบริการให้กับวัยรุ่นที่มีความเสี่ยง โดยในปัจจุบัน ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีและซิฟิลิสสามารถเข้ารับบริการตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวีและซิฟิลิสได้ฟรีที่คลินิกรักปลอดภัย 9 แห่งของศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย รวมทั้งรับยาต้านไวรัสป้องกันก่อนการสัมผัส (เพร็พ)  ได้ฟรีที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 12 แห่งของสำนักอนามัยและคลินิกรักษ์เพื่อนที่มีอยู่ใน  8 โรงพยาบาลในสังกัด กทม. ความพิเศษของคลินิกรักษ์เพื่อนนี้ คือ เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 16.00-20.00 น.  ทำให้สะดวกในการรับบริการนอกเวลา หลังเลิกเรียนแล้วก็สามารถมาได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการตรวจเลือด บุคลากรที่อยู่ในคลินิกกทม ทุกแห่งมีความชำนาญในการให้การปรึกษา หากตรวจพบว่าไม่ติดเชื้อแต่มีพฤติกรรมเสี่ยงสูง ทาง กทม จะให้การสนับสนุนการให้ยาต้านไวรัสป้องกันก่อนสัมผัสโรค (เพร็พ) แพ็คเกจฟรีสำหรับผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง รวมทั้งการตรวจเลือดและเฝ้าติดตามพฤติกรรม ให้การปรึกษาอย่างต่อเนื่อง สำหรับรายที่ตรวจพบการติดเชื้อ จะมีการส่งต่อในระบบเพื่อรับบริการการรักษาด้วยยาต้านไวรัสโดยเร็วไม่เกิน 2 สัปดาห์ โดยสามารถเข้ารับการรักษาได้ที่ 8 โรงพยาบาลในสังกัดกทม ร่วมกับศูนย์บริการสาธารณสุข 6 แห่ง ซึ่งเรามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการให้ข้อแนะนำและดูแลรักษาและการส่งต่อในเครือข่ายกรุงเทพมหานครอย่างเป็นระบบ กรุงเทพมหานครใช้ 3 กลยุทธ์หลักในการดำเนินงานยุติปัญหาเอดส์ในกทม ได้แก่ 1.การใช้นวัตกรรม (Innovation) การตรวจเอชไอวีทราบผลในวันเดียว และจะร่วมมือกับ Lovecare YM2M ในการใช้โซเชียลมีเดียต่าง ๆ ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่พฤติกรรมเสี่ยงสูงและเยาวชน 2.บูรณาการดำเนินการ (Integration) ป้องกันและรักษาอย่างต่อเนื่อง มีการตั้งคลินิกนำร่องการให้ยาต้านไวรัสสำหรับผู้ไม่มีสิทธิรักษาในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมทั้งผู้ติดเชื้อที่ไม่ใช่คนไทยให้ได้รับยาต้านไวรัสทันที และ 3.ความเป็นหุ้นส่วน (Partnership) ในการดำเนินงานร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการสนับสนุนการทำงานภาคีเครือข่าย LovecareYM2M”
        คุณพรนุช สถาผลสวัสดิ์ ผู้จัดการโครงการเลิฟแคร์ มูลนิธิแพธทูเฮลท์ กล่าวว่า “ในการจะเข้าถึงวัยรุ่นชายรักชายและสาวประเภทสองนี้ แพธทูเฮลท์ได้ดำเนินการผ่านสองช่องทางหลัก คือ การให้การปรึกษาออนไลน์ ทางห้องแชทรูมของ lovecarestation.com ซึ่งได้ดำเนินการตั้งแต่ปี 2551 ในแต่ละปีมีผู้เข้าใช้บริการห้องแชทรูมประมาณ 7,000 คน โดยร้อยละ 80 เป็นวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 25 ปี ในปี 2561 นี้ ทางแพธทูเฮลท์ได้ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายในการจัดทำห้องแชทรูมและเว็บไซต์ YM2M …. เป็นอีกช่องทางเพื่อให้กลุ่มประชากรเป้าหมายเข้าถึงบริการการให้การปรึกษาอย่างเป็นมิตร เป็นความลับ โดยไม่ต้องใช้ชื่อจริง วัยรุ่นสามารถถามคำถามคาใจ ในด้านต่าง ๆ ทั้งเรื่องเพศ ความรัก พฤติกรรมเสี่ยง บริการที่สามารถรับได้ในเครือข่าย โดยเรามีการอบรมเจ้าหน้าที่ห้องแชทรูม ซึ่งเป็นน้องที่มีความเข้าใจกลุ่มประชากรเป้าหมายให้ตอบคำถามและทำหน้าที่เหมือนผู้จัดการในการประสานงานส่งต่อไปยังเครือข่ายบริการดูแลรักษาของ YM2M นอกจากนี้ในการพัฒนาเว็บไซต์และสื่ออุปกรณ์ต่าง ๆ  จะมีการพูดคุยถึงความต้องการของกลุ่มประชากรเป้าหมายเพื่อให้สื่อต่าง ๆ ที่ออกมาเป็นไปตามความต้องการของกลุ่มประชากรเป้าหมายอย่างแท้จริง  ส่วนที่สองทางแพธทูเฮลท์ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายในการส่งเสริมการเข้าถึงการตรวจเลือดเชิงรุกไปที่โรงเรียน ชุมชน และจุดรวมตัวต่าง ๆ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มประชากรเป้าหมาย โดยเน้นเรื่องบริการที่เป็นมิตรและเป็นความลับ”
        พญ.รังสิมา โล่ห์เลขา ผู้แทนศูนย์ความร่วมมือไทยสหรัฐด้านสาธารณสุข กล่าวถึงการสนับสนุนโครงการนี้ว่า “ความร่วมมือด้านสุขภาพถือเป็นแกนหลักที่สำคัญในความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา ในหลายปีที่ผ่านมารัฐบาลสหรัฐอเมริกาและโครงการ PEPFAR ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากแผนการฉุกเฉินของประธานาธิบดีสหรัฐเพื่อบรรเทาปัญหาเอดส์ ได้ร่วมมือกับรัฐบาลไทยเพื่อช่วยยุติปัญหาเอดส์ในไทยและแผน  90-90-90 โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรหลัก จากปัญหาการติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มวัยรุ่นชายรักชาย และ ช่องว่างในการเข้าถึงบริการด้านการป้องกันรักษาเอชไอวีที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นกลุ่มเสี่ยงนี้ เป็นที่มาของการทำงานเป็นภาคีกับเครือข่าย LovecareYM2M โดยมีเป้าประสงค์เพื่อเพิ่มการเข้าถึงของวัยรุ่นชายรักชายกลุ่มเสี่ยงและให้การสนับสนุนลดพฤติกรรมเสี่ยงและการคงอยู่ในระบบสำหรับวัยรุ่นที่ติดเชื้อเอชไอวี การดำเนินงานรวมทั้งการให้การสนับสนุนด้านวิชาการและสนับสนุนงบประมาณให้กับกระทรวงสาธารณสุขและกรุงเทพมหานคร และร่วมกันทำงานอย่างใกล้ชิดกับภาคีเครือข่ายพันธมิตร ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล องค์การยูนิเซฟ มูลนิธิแพทธูเฮลธ์ และคลินิกบางกอกเฮลท์ฮับ ในการจัดตั้งระบบเพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการให้การปรึกษาออนไลน์ การดำเนินงานเชิงรุกและส่งเสริมเครือข่ายบริการที่เป็นมิตรเพื่อให้วัยรุ่นสามารถเข้าถึงบริการป้องกันและรักษาเอชไอวีได้สะดวกขึ้น นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือจากคลินิกชุมชนสีลมที่ให้บริการที่เป็นมิตรกับกลุ่มชายรักชายทั้งในด้านการตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และให้บริการยาเพร็พเพื่อป้องกันก่อนการสัมผัสเอชไอวีสำหรับประชากรกลุ่มเสี่ยง รวมถึงวัยรุ่นชายรักชาย มีการทำงานวิจัยทั้งในด้านชีวภาพการแพทย์และพฤติกรรมที่มีความสำคัญต่อการหาความรู้ใหม่ในด้านการป้องกันเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รัฐบาลสหรัฐและรัฐบาลไทยได้มีความสัมพันธ์กันยาวนานกว่า 200 ปี เราตั้งมั่นที่จะประสานความสัมพันธ์นี้และเสริมสร้างสุขภาพให้กับประชาชนชาวไทยและมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะร่วมมือกับภาคีเครือข่าย LovecareYM2M นี้”
        นายโทมัส ดาวิน  ผู้แทนองค์การยูนิเชฟ กล่าวว่า  แม้ประเทศไทยจะประสบความสำเร็จในการลดการติดเชื้อเอชไอวีในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่อัตราการติดเชื้อกลับเพิ่มขึ้นในประชากรบางกลุ่ม เรื่องนี้เป็นประเด็นทางสาธารณสุขที่น่ากังวลอย่างยิ่งของประเทศไทย เราต้องทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยให้วัยรุ่นกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้เข้าถึงข้อมูลและบริการที่จำเป็น และช่วยให้พวกเขาสามารถป้องกันตนเองจากเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ได้
        คุณดาวิกา โฮร์เน่ (ใหม่)   กล่าวถึงการมีส่วนร่วมในโครงการนี้ว่า  “โครงการสถานีสุขภาพวัยรุ่นชาย (ตามเพศสภาพ) เป็นโครงการที่มีประโยชน์  การตรวจเลือดเป็นเรื่องธรรมดา จึงขอเชิญชวนวัยรุ่นชายรักชายกลุ่มเสี่ยงมาตรวจเลือดที่คลินิกในโครงการ เพราะบริการเป็นมิตร ตรวจฟรี รู้ผลเร็วและทุกอย่างเป็นความลับ ”
        ทั้งหมดคือที่มาของความร่วมมือในการเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพที่เป็นมิตรของวัยรุ่นชายรักชายและสาวประเภทสอง Lovecare YM2M ที่ร่วมผนึกกำลังความเชี่ยวชาญของทุกภาคส่วนที่จะส่งผลต่อน้อง ๆ ซึ่งเป็นอนาคตของชาติต่อไป
        หลังจากเปิดตัวโครงการ Lovecare YM2M Young Men’s Health Station สถานีสุขภาพวัยรุ่นชาย (ตามเพศสภาพ) แล้ว  คุณใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ Friend of UNICEF ยังได้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องเพศและทัศนคติที่มีต่อกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและสาวประเภทสอง ในการเสวนาเรื่อง “การเข้าถึงบริการสุขภาวะทางเพศของวัยรุ่นชาย” ร่วมกับ นพ.วัชระ พุ่มประดิษฐ์ ผู้อำนวยการบางกอกเฮลท์ฮับ  ผู้แทนวัยรุ่น นพ.ฐิติสันต์ ปาลกะวงศ์   ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์บริการสาธารณสุข 28 กรุงธนบุรี  ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ หัวหน้าโครงการ Lovecare YM2M  ที่จะมาเป็นที่ปรึกษาให้แก่กลุ่มวัยรุ่นชายที่มีความเสี่ยงในงานนี้ด้วย
ร่วมแสดงความคิดเห็น