นายชูไชย นิจไตรรัตน์ ผู้จัดการโครงการส่งเสริมสุขภาวะเยาวชน 4+4 อปท.ในจังหวัดสงขลา และนางสาวสุทิศา ศรีบุตรวงษ์ ผู้ประสานงานโครงการฯ เปิดห้องเรียนเสริมพลังครอบครัว สาธิตกิจกรรม Empowering Model ซึ่งมีต้นแบบมาจากบ้านกาญจนาภิเษก สำหรับวิทยากรอบรมพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อเป็นเครื่องมือต่อยอดจากห้องเรียนพ่อแม่ เพื่อชวนให้คนในครอบครัวทั้งพ่อแม่/ผู้ปกครอง และลูกหลานเปิดใจคุยกัน กระบวนการกิจกรรมเริ่มจากให้ช่วยกันวิเคราะห์คุณลักษณะของลูกหลานที่ผู้ใหญ่อยากเห็นเมื่ออายุ ๑๘ ปีว่าเป็นอย่างไร แน่นอนว่าผู้ใหญ่ต้องการให้ลูกหลานประสบความสำเร็จ มีความสุข มีงานทำ ดูแลตัวเองได้ มีความเป็นเด็ก กล้าแสดงออก เป็นคนดี ส่วนมุมเด็กที่เข้าร่วมกิจกรรมในห้องด้วยกลับสะท้อนว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้พวกเขาอึดอัด เพราะชีวิตจริงพ่อกินเหล้า แม่ดุด่า ครูชอบบ่น เลยไม่อยากไปโรงเรียน และแต่ในครอบครัวจริงๆ เด็กๆ ไม่สามารถสื่อสารกับผู้ใหญ่ได้ ทำให้เกิดเครียดและส่งผลตามมา


จากนั้นผู้ดำเนินกิจกรรมชวนวิเคราะห์ลักษณะวัยรุ่นผ่านตัวละครเบิร์ดกับก้อง ที่มีบุคลิกแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว แต่ในความจริงแล้ว เด็กทั้งสองคน อาจเป็นคนๆ เดียวกันที่อาจแสดงออกไม่เหมือนกันในแต่ละวัน แต่ละสถานการณ์ เพราะอยู่บนความคาดหวังของผู้ใหญ่ ต่อหน้าก็เป็นคนดีที่ผู้ใหญ่ต้องการ เพราะผลจากที่ถูกคาดหวัง แต่ลับหลังอาจมีพฤติกรรมตรงข้าม กลายเป็นตัวของตัวเอง เช่นเดียวกับเหรียญที่มีสองด้าน ไม่ใช่ด้านเดียวอย่างที่ผู้ใหญ่เข้าใจ
สุดท้ายชวนเป็นกิจกรรมของครอบครัวพ่อแม่ลูก ให้ช่วยกันวิเคราะห์ปัจจัยผลักไสจากภายในบ้าน และปัจจัยที่ดึงดูดลูกที่อยู่นอกบ้าน ว่าภายใต้บริบทบ้านของตัวเองจากบัตรคำต่างๆ เช่น ผู้ใหญ่บ่นเรื่องเดิมซ้ำๆ ย้ำสอนแต่เรื่องดีๆ ซ้ำเติมแต่คนผิด มีการใช้ความรุนแรง ถูกทำให้ไร้ตัวตน ไร้ค่า เพื่อนเหมือนเซเว่น (24 ชม.) มึงเจ๋งว่ะ ถูกยอมรับรู้สึกมีคุณค่า เหล้า บุหรี่ เป็นต้น อะไรที่บ้านเราเกิดขึ้นแล้วส่งผลอย่างไร อะไรที่ยังไม่เกิดเราจะช่วยกันปัองกันอย่างไร ปัจจัยภายนอกบ้านครอบครัวเราไม่สามารถไปกำหนด เปลี่ยนหรือแก้ไขได้ ต้องมุ่งดูแลปัองกันปัจจัยผลักใสจากในบ้านให้มีน้อยที่สุด หรือหากมีก็ต้องมีแนวทางในการพูดคุยกัน และจะกลายเป็นภูมิคุ้มกันปัจจัยถึงดูดนอกบ้านได้อย่างดี


ถือว่าเป็นกิจกรรมที่เป็นสื่อกลางในการให้ครอบครัวหันหน้ามาคุยกันอย่างเป็นรูปธรรม เพิ่มต้นทุน เพิ่มศักยภาพ เพิ่มพลัง ให้ครอบครัวมีความสุขมากขึ้น
ซึ่งในตอนท้ายวิทยากรได้เน้นย้ำแนะนำการใช้เครื่องมือนี้ว่า ต้องมีการใช้กิจกรรมเตรียมผู้ใหญ่ และเด็กแยกห้องกันก่อน เพื่อให้เกิดการทบทวน เข้าใจความรัก ความหวังดีต่อกัน แต่อาจจะพูดคุยกันไม่ได้เพราะเกิดอารมณ์ปรี๊ดขึ้น จึงต้องมีการเตรียมทั้งสองฝ่ายก่อน แล้วจึงมาใช้กิจกรรม Empowering นี้ อย่างไรก็ดีห้องนี้เป็นเพียงการแนะนำและเป็นตัวอย่างการใช้เครื่องมือเพื่อสร้างการสื่อสารเบื้องต้น ซึ่งเมื่อสอบถามผู้เข้าร่วมก็นับว่ามีประโยชน์กับคนทำงานด้านเด็กในชุมชนและท้องถิ่นอีกลองไปฟังเสียงสะท้อนจากผู้เข้าร่วมกัน

*Empowering Model เป็นกิจกรรมในการประชุมกลุ่มครอบครัวเพื่อเพิ่มต้นทุนและเพิ่มพลังพ่อแม่ผู้ปกครองในการทำหน้าที่ฟื้นฟู-เยียวยาลูกหลาน ของศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก
หัวข้อ “Empowering Model เครื่องมือทำงานครอบครัวมีความสุข”
การประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และบทเรียนคณะทำงานภายใต้โครงการส่งเสริมสุขภาวะเยาวชน 4+4 อปท.จ.สงขลา “ท้องถิ่นเพื่อน้อง : คนใต้ หยัดได้” 8 พ.ย.61 โรงแรมกรีนเวิร์ดพาเลซ จ.สงขลา

ร่วมแสดงความคิดเห็น