การทำงานทั้งเชิงป้องกันและการรักษาสำหรับเรื่องเพศในสังคมไทย เป็นประเด็นท้าทายคนทำงานทุกภาคส่วน เพราะทัศนคติของคนส่วนใหญ่มองเรื่องเพศไปในทางลบ เป็นเรื่องปกปิด ไม่พูดคุยกัน การจะทำให้เกิด “สุขภาวะทางเพศ” ของเยาวชนจึงต้องเผชิญความท้าทายหลายอย่าง ตั้งแต่ต้นน้ำจนปลายน้ำ
การทำงานต้นน้ำของอาจารย์สมพิศ คงเวช รร.วัดนิคมประสาทฯ มิตรภาพที่ 49 อ.เทพา จ.สงขลา คือการสอนเพศวิถีศึกษาให้กับนักเรียน เพราะคิดเสมอว่า “การสอนเพศศึกษาก็เหมือนการชี้โพรงให้กระรอก แต่… ระหว่างกระรอกที่เข้าโพรงไปเลย กับกระรอกที่มีความรู้ สามารถเลือกทางเลือกของตัวเองได้ แบบไหนมันจะดีกว่ากัน?” อาจารย์สมพิศ กล่าว แม้ว่าจะต้องเจอทั้งแรงต้าน ทั้งความท้าทาย จากเพื่อนร่วมงาน ผู้อำนวยการ หรือระบบการเรียนการสอนก็ตาม แต่ผลลัพธ์ที่ได้ คือ “เด็กเลือกเดินเข้ามาหาเรา มาปรึกษาเรา ในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศ หรือไม่ใช่ ซึ่งยอมรับว่าไม่ง่าย ต้องใช้เวลา กว่าเด็กจะกล้ามาเปิดใจกับเรา” ในฐานะครู อ.สมพิศมองว่าไม่ต้องรอหลักสูตรหรือคำสั่ง เราสามารถปรับเนื้อหาให้เหมาะกับเด็กในแต่ละช่วงวัยได้เองเลย
ด้านการทำงานปลายน้ำในฐานะพยาบาลของมยุรี เกียรติธนภูษิต รพ.ควนกาหลง จ.สตูล และ พญ.พีระนันท์ แก้วสุขใส รพ.สงขลา ที่ต้องให้การช่วยเหลือเด็กที่เผชิญปัญหาตั้งครรภ์ มีความเห็นตรงกันว่า ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ท้องในวัยรุ่นขึ้นมา เพราะรู้สึกลำบากใจหากต้องยุติการตั้งครรภ์ แต่ถ้าเด็กต้องการความช่วยเหลือ ก็ยินดีช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และเรายังทำงานเชิงรุก เพราะมองว่าการที่จะรอตั้งรับอย่างเดียว คงไม่พอ จึงลงไปจัดกิจกรรมในโรงเรียน ตั้งแต่ระดับประถม รวมทั้งศูนย์เด็กเล็ก อย่างต่อเนื่อง มยุรี กล่าวเสริม
ส่วน พญ.พีระนันท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเองสนับสนุนการเรียนเพศวิถีศึกษา ดีที่สุดควรให้เด็กเรียนตั้งแต่อยู่ในโรงเรียนเลย เป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันการท้องในวัยรุ่น รวมถึงลดการท้องซ้ำลงด้วย หรือถ้าจะให้ดี คือ ไม่ท้องเลยดีที่สุด

หัวข้อ “งานสุขภาวะทางเพศ-ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ท้าทายทุกช่วง”
การประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และบทเรียนคณะทำงานภายใต้โครงการส่งเสริมสุขภาวะเยาวชน 4+4 อปท.จ.สงขลา
“ท้องถิ่นเพื่อน้อง : คนใต้ หยัดได้” 8 พ.ย.61 โรงแรมกรีนเวิร์ดพาเลซ จ.สงขลา

ร่วมแสดงความคิดเห็น