การพัฒนาเยาวชนเชิงบวก คือ การปรับเปลี่ยนทัศนคติของคนทำงานที่มีต่อเด็กและเยาวชน จากที่มองว่าพวกเขา “เป็นปัญหา” เป็น “กำลังเผชิญปัญหา” และมองว่าเขามีศักยภาพ มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นหุ้นส่วนชีวิตของผู้ใหญ่ ของสังคมที่ต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการรับรู้ ป้องกัน และแก้ปัญหา โดยการให้โอกาสของผู้ใหญ่ จับถูกแทนการจับผิด เสริมแรงแทนการลงโทษหรือซ้ำเติม เสริมทักษะสำคัญ และพร้อมช่วยเหลือเมื่อพวกเขาต้องการ สิ่งเหล่านี้ คือการสร้างต้นทุนชีวิตของเยาวชน


หากผู้ใหญ่เปลี่ยนความคิด เด็กก็เปลี่ยน ซึ่งเห็นได้ชัดจากการทำงานของ ว่าที่ร้อยเอกบุญเสริม หัดประสม รองผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 5 (วัดหัวป้อมนอก) โดยเริ่มจากการเปลี่ยนผู้ใหญ่ในชีวิตเด็กนั่นคือพ่อแม่และครู ด้วยการอบรมเรื่องการสื่อสารเชิงบวกกับลูกหลาน เพื่อให้พ่อแม่เข้าใจลูก ครูเข้าใจศิษย์ รู้ว่าจะคุยแบบไหน และเด็กได้มีที่พึ่ง อีกทั้งยังสนับสนุนเยาวชนให้ใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ ท่านรองฯ ย้ำชัดว่า ผู้ใหญ่ต้องเชื่อมั่นและศรัทธาว่า “เด็กทุกคนมีคุณค่า พัฒนาได้ ถ้าผู้ใหญ่สนับสนุนและให้โอกาส”

“พอได้จัดกิจกรรมเรื่องเพศให้น้องๆ ทำให้รู้สึกว่าตัวเองมีศักยภาพมากกว่าที่คิด เราไม่ใช่แค่ให้ข้อมูล แต่ต้องตั้งคำถามชวนคิดวิเคราะห์ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้วย เป็นการเรียนรู้ที่ไม่ได้เกิดจากในห้องเรียน” เสียงสะท้อนจากปลายฝน ทองอารัญ แกนนำเยาวชน มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ที่ได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ในการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางบวก จากวัยรุ่นที่มีโอกาสเสี่ยงมาเป็นคนที่เติบโตด้านความคิดและจิตใจ เป็นที่พึ่งให้กับเพื่อนๆ และคนรอบข้างได้


แนวคิดการทำงานพัฒนาเยาวชนเชิงบวก (Positive Youth Development) จึงเป็นเรื่องจำเป็นในการทำงานกับเด็กและวัยรุ่น ตั้งแต่การเป็นเด็ก การบ่มเพาะให้รับมือกับวิถีชีวิตช่วงวัยรุ่น และการดูแลเยียวยาเมื่อเผชิญปัญหา เพราะเด็กทุกคนต้องการฮีโร่สักคนในชีวิต เมื่อผู้ใหญ่คิดบวก เด็กก็จะบวก ดังเสียงสะท้อนจากผู้เข้าร่วมบางส่วนว่า
“ตนเองมีพ่อเป็นฮีโร่ ท่านใจดี ไม่ดุด่า และชอบกอด ทำให้เมื่อเรามีลูกไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรก็จะกอดลูกไว้ก่อน ทำเหมือนที่พ่อทำกับเรา” เสียงเล่าปนสะอื้นของครูผู้หญิงท่านหนึ่ง
ส่วนนักวิชาการสาธารณสุขหนุ่มอีกคนหนึ่งเล่าว่า “ตนเองมีความใฝ่ฝันตอนเด็กที่อยากลงแข่งวิ่ง แต่ด้วยความที่วิ่งช้า ได้ที่โหล่ตลอด วันหนึ่งมีแข่งขันวิ่ง จึงแอบขึ้นรถไปแข่ง ครูที่พาไปก็รู้แต่ไม่ว่าอะไร การได้รับโอกาสแบบฟลุ๊คๆ ครั้งนั้น ทำให้รักการวิ่ง ขยันฝึกซ้อมและแข่งวิ่งมาเรื่อยๆ ได้รางวัลตลอด จนตอนนี้ทำงานก็ยังเป็นนักกีฬาวิ่งอยู่ วิ่งทีไรนึกถึงครูคนนั้นทุกทีเลย และรู้สึกขอบคุณครูทุกครั้ง แม้ครูจะไม่รู้เลยก็ตามว่าเป็นฮีโร่ของเรา”


เมื่อชวนกันวิเคราะห์ระดับการมีส่วนร่วมของผู้ใหญ่กับเยาวชนจากประสบการณ์ของแต่ละคน ทำให้เห็นว่า ส่วนใหญ่สนับสนุนให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมเฉลี่ยปานกลางถึงน้อย บางทีมีส่วนร่วมแต่แค่คำพูด แต่ในทางปฏิบัติก็ยังเป็นการคิดและตัดสินใจของผู้ใหญ่อยู่ดี พอได้เรียนรู้แนวคิดการพัฒนาเยาวชนเชิงบวก จึงอยากทำเพื่อเด็กมากขึ้น เช่น รับฟังอย่างตั้งใจ ไม่ตัดสิน อยู่กับเขาเมื่อเผชิญปัญหา เปิดโอกาสให้เด็กได้คิดและทำในสิ่งที่เขาต้องการ โดยผู้ใหญ่คอยให้คำปรึกษา เป็นแบบอย่างที่ดี เป็นแรงบันดาลใจให้เด็กอยากเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดี

หัวข้อ “การพัฒนาเยาวชนเชิงบวก (Positive Youth Development : PYD)”
การประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และบทเรียนคณะทำงานภายใต้โครงการส่งเสริมสุขภาวะเยาวชน 4+4 อปท.จ.สงขลา “ท้องถิ่นเพื่อน้อง : คนใต้ หยัดได้” 8 พ.ย.61 โรงแรมกรีนเวิร์ดพาเลซ จ.สงขลา

ร่วมแสดงความคิดเห็น